|
คุณจะพูดอย่างไร ให้ผู้บริหารของคุณ(ซีไอโอ/ซีทีโอ) หันมาสนใจ ในการนำเอาลีนุกซ์และ โอเพนซอร์ส มาใช้ที่บริษัทของคุณ ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน งบประมาณในส่วน ไอที ก็ยังลดลง แต่ในที่สุด ทุกอย่างก็คงจะดีขึ้น ดังนั้น นี่ควรจะเป็นช่วงเวลาที่ดี แล้วใช่ไหม ที่คุณควรจะแนะนำให้ ผู้บริหาร ในการเริ่มนำเอาลีนุกซ์และ โปรแกรม โอเพนซอร์ส ต่างๆมาใช้งานที่บริษัทของคุณนะ? จริงแล้วมันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยละ ได้มีผู้เชี่ยวชาญ และนักวิเคราะห์จากภาคอุตสาหกรรม หลายๆคนได้แนะนำกับ Linux.com ถึง วิธีการในการพูดจูงใจ ผู้บริหารไอที (ซีไอโอ/ซีทีโอ) ในองค์กร ให้มีการนำเอา ลีนุกซ์หรือ โอเพนซอร์ส มาใช้ในเชิงธุรกิจมากขึ้น
“ฉันคิดว่า มันเป็นเวลาที่ดี ที่ควรจะพูดถึงเรื่องนี้ ถึงแม้ว่า พวกเขายังไม่มีงบประมาณในตอนนี้หรอกนะ” ดานา การ์ดเนอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ (Dana Gardner principal analyst with Interurban Solutions LLC in Gilford, NH) ได้กล่าวว่า “อะไรที่บริษัทควรจะทำในขณะนี้คือ มองไปที่ระบบที่ใช้งานอยู่ที่ล้าสมัย และระบบพวกนี้จะไปอยู่ไหนในอนาคตอีก 3-4 ปีข้างหน้า หากเป็นการใช้งานโอเพนซอร์ส คุณสามารถเปลียนแปลงมันโดยปราศจาก ข้อผูกมัดในเรื่องของ ลิขสิทธิ์ และในเรื่องการดูแลระบบ” ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทำให้โอกาส ของโอเพนซอร์ส นั้นเปิดกว้างมากขึ้น” การ์ดเนอร์ ได้กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการพูดนั้น ก็คือ คุณควรจะระลึกเสมอว่า วัตถุประสงค์ท้ายที่สุดก็เพื่อช่วยปรับปรุงระบบไอทีภายในบริษัทของคุณ ไม่ใช่เพียงแค่นำลีนุกซ์หรือ โอเพ่นซอร์สมาใช้เพื่อความสนุกสนานของมัน นั่นเป็นข้อความที่คุณควรสื่อสาร เพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้บริหารไอที “มันเกี่ยวกับว่า อะไรที่จะเป็นตัวนำพา ความสามารถในการผลิต และ ความสามารถในการปรับตัว ของพวกเรา ดำเนินไปข้างหน้าได้” เขากล่าว กญแจสำคัญอีกดอก ที่คุณสามารถนำไปแนะนำได้ ก็คือ องค์กรใหญ่ที่เขาใช้โปรแกรม โอเพนซอร์ส นั้นเขาสามารถสร้างโครงงานหรือระบบของตัวเองขึ้นมาจากตัวโอเพ่นซอร์ส โดยการให้พนักงานไอทีในองค์กรดำเนินการพัฒนา โดยการกำหนด คุณสมบัติต่างๆ ที่พวกเขาต้องการให้มันเป็นได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้นั้น ไม่มีในระบบที่พวกเขาใช้เงินซื้อมา องค์กรเหล่านี้คิดว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่าจาก โอเพนซอร์ส กอร์ดอน ฮาฟ หัวหน้านักวิเคราะห์(Gordon Haff, an analyst with Illuminata Inc. in Nashua, N.H) ได้กล่าวไว้ว่า การชักจูงหรือแนะนำให้มาเริ่มใช้งาน โอเพนซอร์ส ในปัจจุบันนั้นง่ายกว่า 5-6 ปีก่อนมาก เมื่อในขณะนั้น ยังไมได้รับความสนใจสักเท่าไหร่สำหรับการนำมาใช้ในองค์กรปัจจุบัน “ซีไอโอ ในองค์กรใหญ่นั้น แน่นอนละจะเป็นนักธุรกิจ แต่มีสิ่งนึง ให้จำไว้เลยว่า โดยปกติพวก เขาจะไม่ประเมินสินค้าจากทางด้านเทคนิค” ฮาฟ กล่าว “ในองค์กรใหญ่ พวกเขามีคนที่ทำหน้าที่แทนเขา ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านเทคนิค และเป็นคนที่ให้คำแนะนำในเรื่องนี้” ฮาฟ ยังได้กล่าวอีกว่า จุดนึงที่สามารถนำไปแนะนำให้กับ ซีไอโอ ก็คือ ในปัจจุบันนั้น ลีนุกซ์ และ โอเพนซอร์ส ไม่ใช่มีเฉพาะ การให้บริการช่วยเหลือในการแก้ปัญหาจากในวงสาธาณะ เท่านั้น (Community Support) แต่ยังมีบริษัทเอกชน ที่ให้บริการแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพในรูปแบบเชิงธุรกิจโดยเฉพาะด้วย (Commercial Support) “ควรจะพูด ให้ซีไอโอ หรือ ซีทีโอ ได้ทราบว่า มีการให้บริการแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพในรูปแบบเชิงธุรกิจด้วย” เพื่อที่จะให้พวกเขาได้มีความมั่นใจ ในการนำเอา ลีนุกซ์ และ โอเพนซอร์สมาใช้กับธุรกิจสำคัญภายในบริษัท เขากล่าว “ให้การสนับสนุน ในเรื่องของ การลุงทุนที่คุ้มค่า” ฮาฟ กล่าว ชาลส์ คิง (Charles King, principal analyst at Pund-IT Inc. in Hayward, CA) ได้กล่าวไว้ว่า จุดสำคัญที่ควรจำไว้ ในการพูดชักจูง ให้กับ ซีไอโอ และ ซีทีโอ ที่ยังคงมีความรู้สึกเป็นกังวลอยู่นั้นก็คือ การนำเอา ลีนุกซ์หรือ โอเพ่นซอร์ส มาใช้งานนั้น ไม่ได้หมายความ คุณจะต้องยกเลิกระบบที่ใช้งานบนวินโดวส์ ทั้งหมดนะ “ระบบทั้ง 2 สามารถนำมา จัดการใช้งานร่วมกันได้ อย่างหรือเชื่อ โดยเมื่อ 2-3 ปี ยังจินตนาการไม่ได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร” คิง กล่าว และเพื่อทำให้ ผู้บริหาร สบายใจขึ้นอีก คุณอาจจะชี้ให้เห็นว่า ไมโครซอฟ ยังออกโปรแกรม ที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการ ได้ทั้งระบบวินโดวส์และลีนุกซ์ด้วย เช่น การใช้โปรแกรม “Windows Management Console” ในการเข้าไปจัดการ ระบบ ซูซี่ ลีนุกซ์ได้ คิง กล่าว อีกข้อที่สำคัญก็คือ ลีนุกซ์นั้นยังมีความสามารถในการทำ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพในการคำนวณสูงได้เช่น กริด คอมพิวติ้ง และระบบคลัสเตอร์ โดยองค์กรที่ต้องการทำระบบดังกล่าวสามารถใช้ลีนุกซ์ในการทำได้เลย ซึ่งโดยปกติแล้ว ลีนุกซ์เป็นผู้นำในเรื่องนี้อยู่ ในตอนนี้ ลีนุกซ์สามารถเทียบเคียงความสำเร็จได้ พอๆกับระบบปฏิบัติการอื่นๆที่ใช้ในองค์กร อีกทั้งยังมีโปรแกรมยทิลิตี้ หรือ เครื่องมือ ต่างๆ ให้เลือกใช้ได้ฟรีอย่างมากมายอีกด้วย คิง ยังได้กล่าวไว้ว่า “ปัญหาสำคัญที่สุดอย่างนึง ที่พบในบริษัทที่มีการเลือกติดตั้งระบบอื่นลงไปที่เครื่องแล้ว พวกเขาเลยคิดว่า ตัวเองได้ถูกผูกติดอยู่กับระบบเหล่านี้ตั้งแต่แรก แล้วมันยากสำหรับพวกเขาที่จะเอาระบบปฏิบัติการอื่นมาใช้กับธุรกิจของพวกเขา” สิ่งหนึ่งที่ควรระลึกอยู่เสมอว่า ในการย้ายมาใช้งานบนโอเพนซอร์สนั้น ไม่ใช่ว่ามันจะราบรื่นเสมอไป “มันอาจจะมีปัญหา ที่จะต้องคิดกัน ในการที่พวกเขาจะย้ายระบบมาใช้งานกับระบบลีนุกซ์ เฉกเช่นเดียวกับย้ายไปใช้กับระบบอื่นๆ” ทั้งเรื่องเวลาในการย้าย และการอบรมให้กับพนักงานในการใช้ระบบใหม่นี้ ข้อดีของการย้ายมาใช้งานลีนุกซ์ ก็คือ ส่วนมากบริษัทใหญ่ผู้ให้บริการในการย้ายนั้น จะมีการอบรมให้พนักงานนั้นสามารถดูแลระบบได้ด้วยตัวเองด้วย เดวิดส์ ลีน (David Lynch, owner of DLA Systems, an embedded Linux software consultant in Lititz, PA,) ได้กล่าวไว้ว่า เขาแนะนำว่า การที่เริ่มนำลีนุกซ์มาใช้งานกับธุรกิจให้มีประสิทธิภาพนั้น ควรจะค่อยเริ่มทีละเล็กละน้อยก่อน เพือให้ผู้บริหารของคุณ ไม่ให้เป็นกังวลมากนัก ให้เขาสบายใจว่า ยังไม่ได้กระทบอะไรกับการทำงานหลักๆมากนัก หลังจากนั้น “เมื่อคุณหันกลับมามอง และพบว่า คุณพอใจกับสิ่งเล็กน้อยที่ได้เริ่มใช้นั้น คุณค่อยเริ่มนำมันมาใช้งานกับธุรกิจมากขึ้น” ลีน กล่าว แล้วมันจะแสดงให้คุณเห็นเองว่ามันสามารถรองรับการใช้งานของคุณได้ ลีน ได้ยกตัวอย่างว่า บริษัทอาจจะ เริ่มจากการนำ เอา Apache Web Server ไปทดลองใช้โดยการติดตั้งไปที่บนวินโดวส์ ก่อน เพื่อจะให้เกิดความรู้สึกที่ดี เกิดความคุ้นเคยก่อน ก่อนจะเริ่มนำเอามาติดตั้งไว้ที่บนลีนุกซ์ เมื่อตอนที่คุณจะนำเอามันมาติดตั้งบนระบบลีนุกซ์ คุณจะได้ใม่ต้องเสียเวลาในการเรียนรู้ทั้ง2 อย่างในเวลาเดียวกัน (เรียนรู้แค่ ลีนุกซ์อย่างเดียว) ดังนั้นการที่คุณจะข้ามไปใช้ ลีนุกซ์ตั้งแต่แรกเลยที่เดียวอาจจะเกิดการต่อต้านมากๆได้ โดนัล ดีพัลมา นักวิเคราะห์ (Analyst Donald A. DePalma, president of Common Sense Advisory Inc. in Lowell, MA,) ได้กล่าวว่า ในสภาวะเศรษฐกิจที่ลำบากอย่างนี้ เป็นจุดหนึ่งที่ช่วยคุณให้ สามาถชักจูง ผู้บริหารของคุณได้ง่ายขึ้น “ในตลาดนั้น มันเป็นเรื่องประหลาดใจมาก ทำอย่างไร จึงสามารถเปลี่ยนความคิดของพวกเขาได้” ดีพัลมา กล่าว เมื่อหลายปีก่อน มีบริษัทหนึ่งได้โต้แย้งว่า เขาไม่แน่ใจ ในเรื่องการดูแลรักษาระบบที่ทำงานบนโอเพ่นซอร์ส แต่สำหรับวันนี้แล้ว ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แม้แต่บริษัทที่ให้บริการดูแลระบบที่ตัวเองขายเอง(ไม่ใช่โอเพ่นซอร์ส) ก็ยังประสบปัญหา ทำให้มีการตัดลด ช่วงระยะเวลาการให้บริการดูแลสินค้าที่ตัวเองขาย เป็นช่วงระยะเวลาที่สั้นลงหรือบางที่อาจจะยกเลิกการให้บริการดูแลสินค้านั้นออกไปเลย อาจจะต้องซื้อบริการต่างหากในท้ายที่สุด สินค้าที่คุณใช้อยู่ อาจจะไม่ได้รับรองว่า คุณจะได้รับการให้บริการดูแลจากบริษัทผู้ขายนั้นๆ ซึ่งมันก็ไม่สามารถอ้างได้แล้วละ เพราะสินค้าอื่นก็ไม่มีการบริการดูแลรักษาระบบเหมือนกัน
ที่มา : Linux.com |